บทที่ 11 ควายตัวใหญ่ประจำบ้าน
ตอนที่ 11. ควายตัวใหญ่ประจำบ้าน
ห้องอาหารยามเช้า องศาเดินลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่ตอนที่ออกจากห้องนอนแล้วไม่เห็นแพรวพรรณเดินตามมาพูดจาทักทายเหมือนทุกวัน
ปกติแล้วไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนในบ้าน หญิงสาวมักจะหาเรื่องพูดคุยกับเขาอยู่เสมอ บางครั้งเขายังไม่ทันได้ลงบันไดครบทุกขั้น เธอก็เอ่ยทักขึ้นมาแล้ว
แต่เช้านี้กลับเงียบผิดปกติ ไม่เพียงไม่พูดด้วยเท่านั้น
เธอยังเดินผ่านเขาไปเหมือนเขาไม่มีตัวตนอีกต่างหากองศาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องอาหาร
เมื่อเห็นคุณย่านั่งอยู่ที่โต๊ะเพียงคนเดียว ชายหนุ่มก็เหลือบมองเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม ก่อนแกล้งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“หลานสาวคนโปรดของคุณย่าไปไหนเสียล่ะครับ?”
คุณย่าเงยหน้าขึ้นมองหลานชาย “หมายถึงใครล่ะ?”
“ก็แพรวไงครับ บ้านนี้มีหลานสาวคนโปรดอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ?”
องศากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนเดินไปเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง
“ผมบอกไว้ก่อนเลยนะครับ ถ้าเธอมาทานข้าวช้า ผมไม่รอหรอก”
พูดจบเขาก็หยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาวางบนตัก ทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนักหนา
คุณย่ามองท่าทางของหลานชายแล้วอมยิ้ม ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“หนูแพรวไปทำงานแล้วจ้ะ”
มือที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำขององศาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
“ไปแล้ว?”
“ใช่จ้ะ”
“แล้วทำไมถึงรีบไปขนาดนั้น?” คำถามหลุดออกมาเร็วกว่าที่คิด ชายหนุ่มจึงรีบกระแอมเบา ๆ ก่อนทำเป็นไม่สนใจ คุณย่ามองเขาด้วยแววตารู้ทัน
“เห็นบอกว่าวันนี้มีงานเยอะ เลยอยากรีบไปเคลียร์งานก่อน ส่วนอาหารเช้าก็ไม่หิวจ้ะ”
องศานิ่งไปครู่หนึ่ง
ไม่หิว?
ปกติถึงแพรวพรรณจะต้องรีบไปทำงานแค่ไหน เธอก็ยังแวะมาทักเขาก่อนเสมอ บางวันยังเดินตามมาถามด้วยซ้ำว่าวันนี้เขาจะให้เธอไปส่งที่บริษัทหรือไม่ แต่วันนี้กลับออกไปโดยไม่พูดกับเขาสักคำ
ชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนวางลงบนโต๊ะเสียงดังเล็กน้อย
“ก็ดีครับ”
คุณย่าเลิกคิ้ว “ดีอะไร?”
“ก็อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่นบ้าง”
องศาตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเข้าปาก
“อย่างน้อยทำงานหาเงินเองได้ก็ดี จะได้ไม่ต้องคอยอาศัยคนอื่นไปตลอดชีวิต”
คุณย่าส่ายหน้าเบา ๆ มองหลานชายที่กำลังทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ตั้งแต่เดินเข้าห้องอาหารมาก็ถามหาแพรวพรรณอยู่ตั้งสองครั้ง
หญิงชราจึงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ควายตัวใหญ่เสียด้วยบ้านนี้...”
“อะไรนะครับ?”
องศาหันขวับมามอง คุณย่ายกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างใจเย็น
“เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร”
“ผมได้ยินนะครับว่าคุณย่าพูดอะไร”
“หูดีจริงนะเรา”
“คุณย่าครับ!”
ชายหนุ่มวางช้อนลง มองหญิงชราด้วยความสงสัย
“เมื่อกี้คุณย่ายิ้มอะไรครับ?”
คุณย่าพยายามกลั้นหัวเราะ ก่อนส่ายหน้า
“ไม่มีอะไรจริง ๆ กินข้าวเถอะ เดี๋ยวก็สายหรอก”
องศาหรี่ตามองคุณย่าอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าหญิงชราไม่ยอมตอบ เขาจึงเลิกสนใจแล้วหันกลับมากินอาหารต่อ
ทว่าภายในใจกลับยังคงนึกถึงคนที่ไม่อยู่ตรงนี้
ไปทำงานแล้วก็ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบขนาดนั้นนี่
หรือคิดว่าตัวเองเป็นเลขาคนสำคัญแล้วจะทำอะไรก็ได้?
เขาตักอาหารเข้าปากอีกคำ ก่อนจะชะงักเมื่อนึกถึงประโยคที่แพรวพรรณพูดกับเขาเมื่อเช้า
“วันหนึ่งเมื่อถึงเวลา ฉันจะไปจากที่นี่เอง คุณจะได้สบายใจ”
องศาขมวดคิ้วแน่น “ไร้สาระ” เขาพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว คุณย่าหันมามอง
“อะไรนะองศา?”
“เปล่าครับ” ชายหนุ่มรีบตอบ ก่อนก้มหน้ากินข้าวต่อ
คุณย่าไม่ได้ซักถามอะไรอีก เพียงมองหลานชายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ นางเลี้ยงองศามาตั้งแต่เด็ก ทำไมจะไม่รู้ว่าหลานชายกำลังคิดอะไรอยู่ ปากก็บอกว่าไม่สนใจแต่พอไม่เห็นแพรวพรรณอยู่ในบ้าน กลับถามหาเสียตั้งแต่ยังไม่ทันนั่งลงกินข้าวหญิงชราส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ปากแข็งเสียจริงหลานชายฉัน
ส่วนองศาที่กำลังกินอาหารเช้าอยู่นั้นยังไม่รู้เลยว่า...การที่แพรวพรรณไม่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขาอย่างที่เคยเป็น กำลังทำให้เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง แม้จะยังไม่ถึงขั้นยอมรับว่าอยากให้เธอกลับมาพูดด้วยเหมือนเดิม
แต่อย่างน้อยเช้าวันนี้ เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า...การไม่มีใครมาคอยกวนใจ บางครั้งก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างที่คิด
และที่น่าหงุดหงิดที่สุดก็คือ...
คนที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้ กลับเป็นผู้หญิงที่เขาประกาศว่าเกลียดนักเกลียดหนาเสียด้วยสิ
